ใน ตั้งค่า > แบตเตอรี่ > สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ จะมีตัวเลข Maximum Capacity เป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้คือความจุที่แบตยังเก็บได้ เทียบกับตอนออกจากโรงงาน ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์แบตที่เหลืออยู่
Apple ออกแบบไว้ที่เท่าไหร่
- iPhone 14 และรุ่นก่อนหน้า ออกแบบให้เหลือความจุ 80% ของเดิมเมื่อชาร์จครบ 500 รอบ
- iPhone 15 และรุ่นใหม่กว่า ออกแบบให้เหลือ 80% เมื่อชาร์จครบ 1,000 รอบ
"หนึ่งรอบ" ไม่ได้แปลว่าเสียบชาร์จหนึ่งครั้ง แต่หมายถึงใช้ไฟรวมกันครบ 100% เช่น ใช้วันละ 50% สองวันจึงนับเป็นหนึ่งรอบ
แล้วเท่าไหร่ถึงควรเปลี่ยน
ตัวเลขที่ Apple ใช้เป็นเกณฑ์คือ 80% — ต่ำกว่านั้นแปลว่าแบตหมดอายุการใช้งาน ตามที่ออกแบบไว้ ในทางปฏิบัติคนส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกว่า "แบตไม่อยู่" ตั้งแต่ราวๆ 85% ลงมา และจะเห็นข้อความเตือนประสิทธิภาพเมื่อแบตเสื่อมมากจน เครื่องดับเองระหว่างใช้งาน
ยืดอายุแบตได้ด้วยสามอย่างนี้
- เลี่ยงความร้อน — ความร้อนสะสมทำแบตเสื่อมเร็วกว่าจำนวนรอบชาร์จเสียอีก ถอดเคสหนาออกตอนชาร์จ
- เปิด Optimized Battery Charging ให้เครื่องหน่วงการชาร์จช่วง 80-100% ไว้จนใกล้เวลาใช้
- ไม่ต้องรอให้หมดเกลี้ยงค่อยชาร์จ — แบตลิเธียมไอออนไม่ต้องการการชาร์จเต็มรอบเหมือนแบตยุคเก่า
เครื่องมือสองที่ร้านเราขาย จะเขียนตัวเลขสุขภาพแบตของ เครื่องนั้นจริงๆ ไว้ในหน้าสินค้า ไม่ใช่ค่ากลางของรุ่น
รายละเอียดของ Apple อยู่ที่ หน้าแบตเตอรี่และประสิทธิภาพ




